17 JAN 2022 บทความผลิตภัณฑ์ 2 นาทีในการอ่าน 1031 VIEWS 17 แชร์

โพรไบโอติก...ดูแลสุขภาพผู้หญิงทุกวันในสไตล์คุณ | นิตยสารอะชีฟ ฉบับกุมภาพันธ์ 2565

ในยุคปัจจุบันที่คนเราหันมาสนใจดูแลสุขภาพมากขึ้น รวมทั้งความรู้ในด้านการป้องกันและรักษาโรคต่างๆ เริ่มหันมาให้ความสนใจในแนวทางที่เป็นธรรมชาติมากขึ้นและหลีกเลี่ยงการใช้ยาโดยไม่จำเป็น การใช้โพรไบโอติกซึ่งมีหลากหลายสายพันธุ์ทั้งที่เป็นแบคทีเรียและยีสต์ เช่น แล็กโทบาซิลลัส บิฟิโดแบคทีเรียม และแซคคาโรไมซิส ได้รับความสนใจและนำมาใช้มากขึ้นทั้งในด้านการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค โพรไบโอติกเหล่านี้รู้จักกันทั่วไปในนาม “จุลินทรีย์ดี” ที่มีส่วนช่วยในการปรับสมดุลของระบบนิเวศในร่างกาย และลดจำนวนของจุลินทรีย์ไม่ดีรวมทั้งช่วยเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

feb22-health1-03.png


นอกจากประโยชน์ด้านสุขภาพต่อระบบทางเดินอาหาร และร่างกายโดยทั่วไปแล้ว ยังมีการนำโพรไบโอติก มาใช้เพื่อประโยชน์ในการดูแลสุขภาพผู้หญิง โดยเฉพาะการดูแลสุขอนามัยจุดซ่อนเร้นและระบบทางเดินปัสสาวะส่วนปลาย โดยช่วยลดโอกาส การติดเชื้อและช่วยป้องกันการติดเชื้อซ้ำซ้อนหลังจากการรักษา

feb22-health1-04.png


จากการศึกษาวิจัยพบว่า โพรไบโอติกมีประโยชน์ในการดูแลสุขภาพผู้หญิงทั้งในระบบทางเดินปัสสาวะและระบบการเจริญพันธุ์ โดยช่วยลดภาวะการติดเชื้อในช่องคลอด ช่องคลอดแห้งในภาวะหมดประจำเดือน และการติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะ โดยที่โพรไบโอติกสามารถเคลื่อนย้ายภายในช่องท้องส่วนอุ้งเชิงกรานจากลำไส้ใหญ่สู่กระเพาะปัสสาวะและช่องคลอดได้เนื่องจากลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย ช่องคลอด และกระเพาะปัสสาวะมีผนังที่อยู่ใกล้ชิดกัน โพรไบโอติกจึงอาจกระจายตัวผ่านผนังของลำไส้เข้าสู่เยื่อบุช่องท้องส่วนอุ้งเชิงกรานไปสู่ช่องคลอดและกระเพาะปัสสาวะที่อยู่ใกล้เคียงกันได้ หรือออกจากทางทวารหนักเข้าไปสู่ช่องคลอดและท่อปัสสาวะส่วนปลายได้ เนื่องจากปลายเปิดของทวารหนัก ช่องคลอด และปลายเปิดของท่อปัสสาวะส่วนปลายอยู่ใกล้เคียงกัน โพรไบโอติกที่ออกจากทวารหนักจึงอาจเข้าสู่ช่องคลอดและท่อปัสสาวะส่วนปลายไปสู่กระเพาะปัสสาวะได้จากการปนเปื้อนเวลาถ่ายอุจจาระหรือจากการทำความสะอาดหลังถ่ายอุจจาระไม่ถูกวิธี เช่น การเช็ดทำความสะอาดจากด้านหลังไปด้านหน้า หรือการฉีดน้ำทำความสะอาดที่อาจทำให้เชื้อโพรไบโอติกกระจายเข้าสู่ช่องคลอดและท่อปัสสาวะส่วนปลายแล้วเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะได้


ความสำคัญของโพรไบโอติก กับสุขภาพของผู้หญิง

ช่องคลอดของผู้หญิงเป็นช่องทางหนึ่งที่อวัยวะภายในเปิดออกสู่ภายนอก ดังนั้น ภาวะสมดุลของช่องคลอดจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมากในการรักษาสุขภาพของเพศหญิง โดยปกติแล้วในช่องคลอดจะมีแบคทีเรียประจำถิ่นซึ่งส่วนใหญ่เป็นชนิด “แล็กโทบาซิลลัส” ที่มีคุณสมบัติในการย่อยสลายแป้งไกลโคเจนที่สร้างจากเยื่อบุผนังช่องคลอดเป็นกรดแลคติก ทำให้ช่องคลอดมีสภาวะความเป็นกรดอ่อนที่มีค่า pH ประมาณ 4.5 ที่จะช่วยทำให้แล็กโทบาซิลลัสสามารถเจริญเติบโตได้ดีในขณะที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียก่อโรค นอกจากนี้ยังช่วยผลิตสารไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์และสารแบคทีริโอซิน ที่จะช่วยฆ่าแบคทีเรียชนิดอื่นที่เป็นอันตรายต่อช่องคลอด รวมทั้งช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียการ์ดเนอเรลล่าวาจินาลิส ที่ทำให้เกิดช่องคลอดอักเสบและมีกลิ่น และยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราในช่องคลอด รวมทั้งช่วยป้องกันการเกิดการติดเชื้อราซ้ำซ้อน

สมดุลของช่องคลอดยังช่วยลดการอักเสบติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะส่วนปลาย โดยเฉพาะกระเพาะปัสสาวะอักเสบจากการที่ทำให้แบคทีเรียก่อโรคไม่สะสมในบริเวณช่องคลอดและปากช่องคลอดอีกด้วย

feb22-health1-05.png



feb22-health1-12.png
จะป้องกันและรักษาสมดุลของช่องคลอดตามธรรมชาติได้อย่างไร


feb22-health1-06.png


ปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์โดยหลีกเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่นมากเกินไป โดยเฉพาะกางเกงหนาๆเช่น กางเกงยีน หลีกเลี่ยงการใช้ชุดชั้นในที่ผลิตจากผ้าใยสังเคราะห์ รวมทั้งการใช้ผ้าอนามัยแบบสอดหรือแผ่นอนามัยเป็นประจำ งดการสวนล้างช่องคลอด หลีกเลี่ยงการใช้สบู่ที่เป็นด่างทำความสะอาดจุดซ่อนเร้น และทำความสะอาดหลังถ่ายอุจจาระให้ถูกวิธีใช้ผลิตภัณฑ์ในการดูแลจุดซ่อนเร้นที่เหมาะสม รวมทั้งหลีกเลี่ยงการซื้อยาปฏิชีวนะใช้เองเมื่อเกิดโรค

ที่สำคัญที่สุดเพื่อป้องกันการติดเชื้อและการติดเชื้อซ้ำซ้อนจะต้องปรับสุขภาวะของจุดซ่อนเร้น ปรับสภาพความเป็นกรดด่างให้อยู่ในภาวะกรดอ่อนๆ และมีปริมาณของแล็กโทบาซิลลัสสายพันธุ์ธรรมชาติในปริมาณที่เหมาะสม โดยมีการศึกษาวิจัยพบว่า การได้รับโพรไบโอติก แล็กโทบาซิลลัส แอซิโดฟิลัส และแล็กโทบาซิลลัส รามโนซัส ในปริมาณที่เพียงพอจะช่วยลดอุบัติการณ์ในการติดเชื้ออักเสบของช่องคลอด และลดโอกาสการติดเชื้อซ้ำซ้อนลงได้ทั้งเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราทั้งยังช่วยลดการอักเสบติดเชื้อของกระเพาะปัสสาวะอีกด้วย

การดูแลรักษาสมดุลของช่องคลอดทั้งการรักษาความสะอาดที่ถูกต้องและการปรับสมดุลให้ช่องคลอดมีจุลินทรีย์ชนิดดี (โพรไบโอติก) ในปริมาณที่สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ก่อโรค นอกจากจะช่วยลดการเกิดช่องคลอดอักเสบเรื้อรังและซ้ำซ้อนที่เป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้กระเพาะปัสสาวะอักเสบเรื้อรังแล้ว การอักเสบเรื้อรังของช่องคลอดอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดเซลล์มะเร็งจากการติดเชื้อก็ได้

นอกจากประโยชน์ต่อการรักษาสุขภาวะของจุดซ่อนเร้นแล้ว โพรไบโอติกยังช่วยรักษาสมดุลของระบบทางเดินอาหารและช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอีกด้วย

จะป้องกันและรักษาสมดุลของช่องคลอดตามธรรมชาติได้อย่างไร
feb22-health1-13.png

feb22-health1-07.png 1 เลือกโพรไบโอติกที่เป็นสายพันธุ์หลักของระบบการเจริญพันธุ์ ระบบทางเดินปัสสาวะส่วนปลาย และระบบทางเดินอาหารที่มีการศึกษาวิจัยรองรับถึงคุณประโยชน์
feb22-health1-08.png 2 มีปริมาณของจุลินทรีย์โพรไบโอติกมากเพียงพอที่จะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ
feb22-health1-09.png 3 มีส่วนผสมของพรีไบโอติกที่เป็นอาหารให้โพรไบโอติกใช้เพื่อการเจริญเติบโต
feb22-health1-10.png 4 ผลิตภัณฑ์มีความน่าเชื่อถือมีกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานมีแหล่งที่มาของเชื้อที่มีคุณภาพตรวจสอบได้
feb22-health1-11.png 5 เก็บรักษาง่าย คงสภาพดี รับประทานง่าย และสะดวกในการบริโภคในชีวิตประจำวัน

ขอบคุณข้อมูลวิชาการโดย
ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์
(สูตินรีแพทย์)